ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ประวัติ BRAND CORNER สุดยอด กลยุทธ์ ในการ เพิ่มยอดขาย และ สร้างแบรนด์ โดย คุณ อนิรุทธ หุตางกูร

10869424_920245351328189_4852648919371354160_o
ประวัติ ความเป็นมาของ BRAND CORNER สุดยอด กลยุทธ์ ในการ เพิ่มยอดขาย และ สร้างแบรนด์ โดย คุณ อนิรุทธ หุตางกูร เขียนขึ้น เพื่อให้เห็นถึง พัฒนาการของ การคิดค้น และพัฒนา กลยุทธ์ BRAND CORNER  ที่ยาวนาน กว่าจะได้ผลสำเร็จสมบูรณ์แบบขึ้นมา เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เข้าใจว่า การเรียนรู้จากประสบการณ์ที่ ผู้อื่นได้ทำสำเร็จมาแล้ว เป็นหนทางที่จะทำให้ เราก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว ผม อยากให้ผู้คน ในประเทศไทย เก่งในการค้าขาย มากกว่า ชาวต่างชาติ เพื่อช่วยให้ เศรษฐกิจ ของประเทศไทย ดีขึ้นในทุกช่วงเวลา ไม่ใช่ทุกช่วงเวลา เศรษฐกิจตกต่ำทั้งนั้น ผมจึงมีความตั้งใจ ที่จะทำ เว็บไซด์  www.aniruth.wordpress.com  ให้เป็นแหล่งรวมข้อมูล ที่ดีที่สุด สำหรับ ความรู้เกี่ยวกับ กลยุทธ์ การขาย และ การตลาด เป็นแนวทาง ในการจัดทำ แผนพัฒนาธุรกิจ เพื่อ เพิ่มยอดขาย สำหรับ ผู้ประกอบการ, เจ้าของกิจการ, นักธุรกิจ, ผู้บริหารฝ่ายขายและการตลาด และผู้ที่สนใจ ให้มี แนวทางวิธีการสร้างแผนงาน พัฒนาตนเอง แก้ปัญหาด้านงานขาย และสร้างแรงบันดาลใจ เป็น " คู่มือที่สำคัญ เคียงข้างท่าน " ที่จะนำพาธุรกิจของท่าน และการดำเนินชีวิต ไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ตามเป้าหมายที่ท่านได้ตั้งใจไว้ " เว็บไซด์นี้ มีจุดเด่น และ ทรงคุณค่า ที่ไม่เหมือนใคร "
คุณ อนิรุทธ หุตางกูร ได้สะสมประสบการณ์ ศึกษาการจัด และ ตกแต่งร้าน การทำป้าย ประชาสัมพันธ์ ป้ายโปรโมชั่น เทคนิคการใช้อุปกรณ์ต่างๆ ในการกระตุ้น ให้ซื้อสินค้า จาก ร้านค้าต่างๆใน ประเทศสิงค์โปร์
ผมเคยไป ประเทศ สิงค์โปร์ เขาเป็น ประเทศเล็กๆ มีประชากรน้อย ทรัพยากรในประเทศก็มีน้อย แต่ประชาชน ส่วนใหญ่ ค้าขายเก่งทุกคน ผมอาจจะผ่านตา และจดจำ กับ ร้านค้าต่างๆ ในประเทศสิงค์โปร์ เพราะชอบไปซื้อของที่นั่นมากๆ การจัดวางสินค้า มีระเบียบ สะอาด มีการติดป้ายราคาทุกชิ้น ดูชมสินค้าได้ง่าย ป้ายโปรโมชั่นต่างๆ น่าสนใจ ตื่นเช้ามา ก็ได้เห็นโปรโมชั่น ในหนังสือพิมพ์ เต็มไปหมด เทคนิคต่างๆเหล่านี้ ประกอบกันขึ้นมา เพื่อสร้างแรงจูงใจ และ กระตุ้นให้ผู้คนอยากซื้อสินค้า ผมชอบซื้อสินค้า พวกเครื่องอีเลคทรอนิคส์ และ คอมพิวเตอร์ เวลาไปพักที่ โรงแรม ก็จะเลือกพักใกล้ๆตึก Sim Lim Square เป็นตึกที่ขายสินค้าประเภทนี้ ทั้งตึกเลย ร้านค้ามีระเบียบ และ ตกแต่งร้านดีทุกร้าน ถึงจะไม่ใช่ตึกใหม่ ดูไฮเท็คก็ตามIMG_0241 - Copyประวัติ ความเป็นมา ของ กลยุทธ์ โครงการ BRAND CORNER เริ่มต้นคิดค้น และ มีพัฒนาการ ขึ้นมา จาก คุณ อนิรุทธ หุตางกูร เมื่อ 28 ปีที่แล้ว
กลยุทธ์ โครงการ BRAND CORNER อาจเริ่มต้น พัฒนาการ ขึ้นมาจาก ผม ในขณะที่ทำงาน ที่ บริษัท ดาต้าแมท จำกัด ปี 2533 ถ้าจะเทียบ กับปัจจุบัน ก็คงผ่านมาประมาณ 28 ปี แล้ว ตอนนั้นเป็น พนักงาน ฝ่ายขาย รับผิดชอบ ตัวแทนจำหน่าย ขายเครื่องคอมพิวเตอร์ ของ NEC ก็ขายดีในยุคนั้นมาก เพราะ NEC มีเทคโนโลยี ที่ก้าวล้ำ มาตลอด และ เครื่องคอมพิวเตอร์ PC (Personal Computer) ก็เป็นเครื่องที่ดี ทั้งทน อึด และ หนักมาก ราคาชุดหนึ่ง ประมาณ 8 หมื่นกว่าบาท รุ่น แพงๆ ก็แสนกว่าบาท สมัยนั้น คนที่อยู่เป็นครอบครัว ยังไม่มี PC ใช้ทุกบ้าน อย่างปัจจุบัน ด้วยที่ราคายังสูงมากอยู่ ส่วนใหญ่ ตามร้านขายคอมพิวเตอร์ จะขายให้กับ เจ้าของกิจการ เพื่อซื้อไปใช้ใน บริษัทต่างๆ ที่ฝ่ายขายของผม มี ผู้จัดการขาย 1 คน และ มีรุ่นพี่ที่ดูแลการขาย แยกเป็น ขายเข้าโปรเจค 2 คน ขายตามร้านค้า 3 คน ก็คือ ผม กับ รุ่นพี่ อีกคน แล้วก็ ผู้จัดการฝ่ายขาย อีก 1 คน ผมได้รับการแบ่งลูกค้า ที่เป็น ตัวแทนจำหน่าย บ้างไม่กี่ราย เพราะเขาดูแลกันมานานแล้ว ผมพึ่งย้ายมาจากการเป็น วิศวกรฝ่าย คอมพิวเตอร์ เลยได้แบ่ง รายเล็กๆ มาไม่กี่ราย เพื่อเป็นกำลังใจ ว่าพอมียอดขายเข้ามาบ้าง ตอนนั้นเป้าหมายการขายก็สูงอยู่ ลูกค้า ก็มีแต่รายเล็ก ผมมานั่งคิดวิธีการว่าจะทำอย่างไร ให้ทำยอดขายได้ ทะลุเป้า และ มียอดขายสูงขึ้นมามากๆ พอที่จะได้เทียบ ชั้นกับรุ่นพี่บ้าง ผู้จัดการฝ่ายขาย ดูแลลูกค้าไม่กี่ราย ยอดขายของเขา ก็มหาศาลแล้ว ผมคิดการใหญ่ เพราะ ร้านขายคอมพิวเตอร์ มีเป็น หลายร้อยร้านค้า ซื้อกับ บริษัท ของเราไม่กี่ร้อย ร้านค้า ส่วนใหญ่เป็น รายใหญ่ และรายกลาง ก็เลยกะจะ เปิดตัวแทนจำหน่าย ของตัวเองซัก 100 ร้านค้า ให้ซื้อสินค้านิดๆหน่อยๆ รวมๆหลายๆร้าน ยอดขาย คงเข้ามาสู้กับ ของรุ่นพี่ได้
เริ่มต้น จากการได้รับมอบหมาย ให้มาทำตลาดสินค้า จอคอมพิวเตอร์ NEC ที่มี เทคโนโลยีใหม่ ของโลก จดลิขสิทธ์ภายใต้ชื่อ MultiSync โดยผม ได้รับมอบหมายโดยตรง ให้ทำตลาดสินค้าตัวนี้ ให้ติดตลาด และ เป็นที่รู้จักเพื่อ เพิ่มยอดขาย และสร้างให้เป็นสินค้าหลัก ของบริษัทด้วย
บริษัท แบ่งแผนกขาย เป็นแผนก Printer NEC และ แผนก Computer NEC สมัยนั้น ซื้อคอมพิวเตอร์ จะมีจอขายร่วมไปด้วย ไม่มีใครขายจอแยกต่างหาก เพราะจอต้องใช้ต่อกับ การ์ดแสดงผลเฉพาะกับตัวเครื่องเท่านั้น ของบริษัทเราก็เช่นกัน แต่ตอนนี้จอ MultiSync ของ NEC สามารถขายให้กับ เครื่องคอมพิวเตอร์ ยี่ห้อต่างๆได้ ในอนาคต จึงอาจสร้างเป็นรายได้หลัก เหมือนกับ แผนกคอมพิวเตอร์ NEC ได้  ที่การ์ดแสดงผลในเครื่องคอมพิวเตอร์ มีแบบ ความละเอียดต่ำ CGA, EGA, PGA และ ความละเอียดสูงขึ้นเป็น VGA ความละเอียดตั้งแต่ 640x480, 800x600, 1024x768 และมีแบบความละเอียดสูงมาก 1280x1024 รุ่น 5D หน้าจอ 20" ใช้กับ งานออกแบบดีไซน์ ที่ต้องการความละเอียดสูงมาก จอแบบนี้ ตัวละ แสนกว่าบาท แต่เริ่มต้นช่วงนั้น บริษัทนำเข้า จอ คอมพิวเตอร์ NEC MultiSync ออกมา 2 รุ่นก่อน  เป็นรุ่น 2A ราคา 2 หมื่นเกือบ 3 หมื่นบาท กับ รุ่น 3D ราคา 3 หมื่นกว่าบาท เทคโนโลยีใหม่ MultiSync ที่ว่านี้ คือ ในตัวจอ จะมี ไมโครโปรเซสเซอร์ ที่สามารถ สแกนล๊อกภาพ กับ การ์ดจอชนิดต่างๆได้ เช่น มีเครื่อง คอมพิวเตอร์ ที่ใช้กับจอ EGA ต่อไป อยากจะเปลี่ยนเป็นการ์ด VGA ความละเอียดสูงขึ้น ก็ไม่ต้องไปซื้อจอใหม่ เพราะ จอ ของ NEC สามารถ สแกนล๊อก ถี่ได้สูงขึ้น ถ้าเป็นจอ 3D ความละเอียดได้สูงถึง 1024x768 เลย ลงทุนซื้อ จอ NEC ครั้งเดียว เวลาเทคโนโลยีการ์ดแสดงผล มีราคาถูกลง ก็ยังใช้ จอ NEC ตัวนี้ได้ ทาง กรรมการผู้จัดการ เขาเห็นว่า ผมเป็น วิศวกรคอมพิวเตอร์ ย้ายแผนกมา จึงมอบหมายให้ผม เปิดตลาด สินค้าตัวนี้ และ ตอนผู้บริหาร เขาไปต่างประเทศมา หิ้วชุดโฆษณา จอ NEC MultiSync ของต่างประเทศ มาให้ ผมเป็น คนดูแล ส่วนใหญ่ เป็นป้ายโฆษณา แบบตั้ง และ คู่มือ สเป็ค และโบชัวร์ต่างๆ และมอบหมายให้ ผม รับผิดชอบ การทำตลาดของจอ NEC Multisync Monitor ทั้งหมดไปดูแล เพราะตอนนั้น บริษัท ไม่มีฝ่ายการตลาด
เริ่มจากการศึกษา คุณสมบัติ ของตัวสินค้า และทางด้านเทคนิค อย่างจริงจัง ให้สามารถ ฝึกอบรมถ่ายทอด จุดเด่นของสินค้า และข้อมูลทางด้านเทคนิค ให้กับ ตัวแทนจำหน่าย และ ผู้ที่สนใจได้ 
คราวนี้ก็ง่ายกับ ผมเลย เพราะผม จบวิศวะ ลาดกระบัง สาขา เทคโนโลยี โทรทัศน์ มาด้วย ลงตัวพอดี ผมขออนุมัติ จอมาใช้ทำ ตัวอย่าง 2 ตัว มาถึง แกะข้างในออก ศึกษาละเอียดเลยว่า แผงวงจรอะไร ทำงานอย่างไร อยู่ตรงไหน เก็บข่้อมูลทั้งหมด ถ่ายรูปเก็บไว้ ทำ PowerPoint เตรียมข้อมูล ฝึกอบรม ให้กับตัวแทนจำหน่าย และคิดหาทางว่า จะทำอย่างไรให้ คนมีเงินทุกคน ทุกบ้านซื้อจอ NEC ต้องสร้างกระแส รอบด้าน ทั้งร้านค้า และ ประชาชน ให้รู้จัก NEC MultiSync Monitor จึงขออนุมัติ เขียนบทความ ลง วารสารคอมพิวเตอร์ ตอนนั้นมี 2 ค่าย หนังสือคอมพิวเตอร์ หลัก คือของ ซีเอ็ด กับอีก ค่ายนึง ผมขออนุมัติ ลงทั้ง 2 ค่าย โดยเขียน เรื่องราวด้านเทคนิค ให้คนรู้จัก NEC MultiSync Monitor กระตุ้น ให้ผู้ที่ สนใจ และ มีเงิน ซื้อไปใช้ให้ได้ทุกบ้าน จึงเขียนบทความ และ ลงโฆษณาหน้าสี ของ นิตยสารรายเดือน ต่อเนื่องกัน  6 เดือน ผมถึงได้ความรู้ เรื่องการเขียนไปด้วย และ เรียนรู้ เรื่องการทำภาพโฆษณา เพื่อกระตุ้นการซื้อไปใช้ด้วย ข้อมูลฝึกอบรม ก็พร้อมเปิดตัวแล้ว
คิดวิธีการ ขยายตลาด อย่างยิ่งใหญ่ ทุกร้านขาย คอมพิวเตอร์ ให้มี NEC MultiSync Monitor วางโชว์ 1 ชุด และ ทำให้สินค้า เป็นที่รู้จักทั่วไป ลูกค้า เดินเข้าไปร้านไหน ก็เห็นวางโชว์อยู่  มีร้านค้าใหม่ ที่ผมเปิดด้วยตนเอง จำนวน 100 ร้านค้า ร้านค้าเดิม ของบริษัทอีกประมาณ 200 ร้านค้า ให้ขายสินค้าตัวใหม่นี้ ทำให้คนทั่วไปรู้จัก ภายในระยะเวลา 3 เดือน สร้างกระแส ถ้าสำเร็จ ต่อไป ทุกคนที่ ซื้อคอมพิวเตอร์ จะเลือกซื้อแต่จอ MultiSync Monitor ของ NEC เท่านั้น  
ผมคิดวิธีการ WIN-WIN ระหว่าง ร้านค้า กับ บริษัท โดยเป้าหมายเพื่อให้ 100 ร้านค้าของผม ซื้อสินค้าทุกร้าน รวมทั้ง ตัวแทนจำหน่ายเดิม ของบริษัท อาจมีประมาณ 200 ร้านค้า ให้มีการโชว์สินค้า ทุกร้านรวมประมาณ 300 ร้านค้า ตลอด 3 เดือน ที่เรากระจายโชว์สินค้า ให้ประชาชนรู้จัก เดินเข้าร้านไหน เห็นแต่จอ MultiSync ของ NEC โชว์ขายอยู่ทุกร้าน สินค้าจะได้ติดตลาดเร็วขึ้น โดย
1. ผมได้เสนอ วิธีการให้ร้านค้า สามารถ เพิ่มยอดขาย ที่ร้าน จากการขายจอ MultiSync ของ NEC  ได้
โดยแต่ก่อน เครื่องคอมพิวเตอร์ ทุกยี่ห้อ จะใช้เฉพาะกับจอ Monitor ของ ยี่ห้อ ตัวเอง เท่านั้น เสียบกับของ ยี่ห้ออื่น ไม่ได้ เพราะความถี่ไม่เท่ากัน ถ้าเอามาเสียบ ต่างยี่ห้อกัน ภาพจะล้ม แต่เทคโนโลยีของจอ NEC MultiSync ข้างในเครื่อง จะมี ไมโครโปรเซสเซอร์ ฉลาด เวลาเสียบจอเข้ากับ ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ ยี่ห้อต่างๆ จอ MultiSync จะสามารถ สแกนความถี่ และ ซิงค์ล๊อกความถี่ ทำให้ภาพไม่ล้ม จอตัวนี้ ถึงใช้กับ การ์ดแสดงผล ในเครื่องได้ หลายความละเอียด เช่น CGA, EGA, PGA, VGA และ Super VGA ฯลฯ อีกจุดหนึ่ง นอกจากความถี่ ในการใช้งานได้หลากหลายแล้ว Pixel Pitch หรือ จุดแสดงสีของภาพ ของจอ NEC 3D = 0.28 mm จะมี จุดที่เล็ก มากกว่าของ ยี่ห้ออื่น ทำให้ภาพละเอียด และ มีความคมชัดมากกว่ายี่ห้อต่างๆ
เนื่องจาก แต่เดิมจอ คอมพิวเตอร์ ไม่เคยขายแยก กับ ยี่ห้อของตัวเอง คราวนี้ จอ NEC ดีมาก คุ้มค่า ใช้ได้ไปอีกนาน เพราะ ถ้าราคา การ์ดจอ ถูกลง ต่อไปเวลาจะเปลี่ยน การ์ดจอ ที่มีความละเอียดสูงขึ้น ลูกค้า จะไม่ต้องซื้อจอใหม่เปลี่ยนอีกต่อไปแล้ว ใช้จอ MultiSync ของ NEC ไปได้ตลอด เพราะ จอทุกยี่ห้อ ในท้องตลาด ทำแบบนี้ไม่ได้ คราวนี้กลายเป็น ตลาดใหญ่ แล้ว เพราะ คอมพิวเตอร์ ที่ขายในท้องตลาด จำนวนหลายยี่ห้อ สามารถขายร่วมกับจอ MultiSync ของ NEC ได้หมด  ตอนนี้จะขาย แบบถล่มทลายไม่ได้...ได้อย่างไรครับ แค่นี้ที่ ร้านค้า ก็เข้าใจแล้วว่า เขาจะรวยขึ้น จากการขายจอ MultiSync ของ NEC ได้อย่างไร
2. การเสนอขาย ร้านค้า กลุ่มเป้าหมาย ภายใน 1-2 เดือน ให้ได้ 100 ร้านค้า ต้องทำงานให้เร็ว สรุปรายละเอียด ใส่ในเอกสารส่วนหนึ่ง โบชัวร์ และใบเสนอราคาพร้อม ถ่ายเอกสาร เป็นปึก มีสรุปจุดเด่นของจอ Multisync ของ NEC ให้อ่านเข้าใจง่าย ปิดการขายได้อย่างรวดเร็ว ถึงขนาดคุยกันครั้งเดียว ปิดการขายได้เลย 
การทำเอกสารต่างๆ จึงต้องมีเทคนิคในการให้ข้อมูล การอธิบาย ต่อหน้าลูกค้า ต้องวางแนวทางการ อธิบาย เป็นลำดับ ขั้นตอน เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจได้ง่าย และสามารถปิดการขายได้ ในทันที ที่นำเสนอขายจบ การติดต่อลูกค้า ใน ช่วงเช้า และ ช่วงบ่าย ติดต่อพูดคุย กับร้านค้า ให้ได้มากที่สุด ใน 1 วัน อาจคุยได้ 6-8 รายทั้ง ช่วงเช้า และช่วงบ่าย โชคดี ที่ร้านขายคอมพิวเตอร์ อยู่เป็นกลุ่มบ้าง วางแผนการเดินทางให้ดี ก็จะติดต่อ ลูกค้า ได้วันละหลายๆรายครับ ไม่ต้องโทรนัด ใช้การน๊อกดอร์เลย ถ้าเจ้าของร้านไม่อยู่ ก็อธิบายให้คนที่ รับเรื่อง ฟังคร่าวๆ แล้วส่งมอบเอกสารไปก่อน ขอ นามบัตร และเบอร์โทร แจ้งเขาว่า จะโทรนัด กับเจ้าของร้าน และ เข้ามาพบเพื่อนำเสนอเรื่องนี้อีก ภายหลัง แล้วพรุ่งนี้เช้า ก้อต้องโทรนัดเลย กับร้านค้าที่ ไม่ได้เจอ กับเจ้าของร้าน แต่ส่วนใหญ่เจ้าของร้าน จะอยู่ขายของที่ร้านครับ
3. ผมทำโปรโมชั่น ให้ ร้านค้า ซื้อ จอ MultiSync ของ NEC เป็น ตัวโชว์ (DEMO) ที่ร้าน โดยขายให้ 1 ชุด ในราคาลดต่ำสุด
ในใบราคาขายส่ง ให้ขายราคาขายส่ง ในช่องราคาที่ 10 ตัวขึ้นไป ทุกร้านค้า มีสิทธ์ซื้อชุด DEMO ได้ รุ่นละ 1 ตัว เท่านั้นในราคานี้  โดยรวมในใบราคาขายของ จอ NEC จะมีช่อง ราคา Price List, ราคาแนะนำขาย, ราคาส่งที่ 1-3 ตัว, ราคาส่งที่ 4-9 ตัว และราคา 10 ตัวขึ้นไป  ผมเสนอให้ทุกร้าน ซื้อไปโชว์ที่ร้าน 1 ตัว ของแต่ละรุ่น โดยขายให้เป็นราคา DEMO คือ ขายให้ราคาขาย ในช่องราคาขายส่งที่ 10 ตัว ได้เลย
4. ซื้อจอ MultiSync ของ NEC ให้ไปเป็นตัวโชว์ (DEMO) 3 เดือน ราคาลดต่ำสุด มีข้อตกลงว่า ห้ามขายออกไป ถ้าขายได้ ต้องสั่งมาตั้งโชว์เหมือนเดิม ในราคา ขายส่่งปกติ
ผมให้ความมั่นใจ ทุกร้านค้าว่า ต่อไปเขาจะขายได้อย่างถล่มทลาย ตามเหตุผลด้านบน ดังนั้น ในครั้งแรกที่ไปเสนอราคา DEMO ให้ 1 ตัว ร้านค้าที่มีกำลังซื้อ จะสั่งซื้อเพิ่มอีก 4 ตัวไปเลย ถ้าร้านไหนไม่มั่นใจ สั่งมาโชว์ก่อนตัวนึง พอขายออกไปแล้ว คราวนี้มั่นใจสั่ง 4 ตัวเลย ผมประมาณการไว้แล้วว่า บริษัทต้องมีของหมด รอสินค้า LOT ใหม่มาแน่ เพราะไม่มีใครคาดคิดไว้ถึง การคิดอย่างเป็นระบบ (System Thinking) ของผม การทำ Step ของการวางแผนการขาย ไว้ในทุกขั้นตอน ผมวางแผน และคิดแก้ปัญหาไว้ม้วนเดียวจบ ขายถล่มทลายไม่ถึง 3 เดือน ของหมดสต๊อกแน่ ก็แอบบอกทุกร้านไว้เลยว่า ของจะขายดี และหมดได้ เพราะอย่างไร มันมีเหตุ และผลของมัน ทุกร้านค้าเชื่อหมด สั่งกันมามาก จนของหมดเร็วกว่า 3 เดือน ผู้บริหาร งง ว่า คุณ อนิรุทธ ทำได้อย่างไร ยอดขาย ของผม รายเล็กๆ อาจไม่เท่าไร แต่วิธีการของผม สื่อให้ ร้านค้ารายใหญ่ ของผู้จัดการ และ ร้านค้ารายกลาง ของรุ่นพี่ สั่งครั้งละมากกว่า 10 ตัว เขาอาจมี ราคาพิเศษกว่า ช่องราคา 10 ตัว หรือปล่าว ผมไม่อาจรู้ได้ เพราะเขาเป็นขายส่งรายใหญ่ ของบริษัทฯ ถึงมีจอ NEC รุ่นละ 1,000-2,000 ตัว ขายแบบนี้ 1-2 เดือน ก็หมดสต๊อกแล้วครับ ร้านค้า รายใหญ่ สั่งไปตุนเอาไว้ ขายส่งต่อ ได้กำไร เวลา สินค้าที่บริษัทขาด
5. ผมสนับสนุน โปรแกรมกราฟฟิค ที่เอาไว้ เปิดโชว์ สาธิตหน้าจอ แล้วมัน Run ภาพเอง โชว์ประสิทธิภาพ และคุณสมบัติ ของจอ NEC MultiSync สวยงามมาก
เปิดโชว์ที่หน้า ร้านค้า แล้ว สามารถกระตุ้นลูกค้า ให้อยากซื้อ จอ NEC ไปใช้ได้  โปรแกรมชุดนี้ ได้มาจากที่ กรรมการผู้จัดการ เอามาให้ เป็นโปรแกรมโชว์ เปิดตัว MultiSync ที่ต่างประเทศ มีทั้งภาพ และเสียง ดูดี น่าเชื่อถือมากครับ
6. ผมสนับสนุน ป้ายราคา และ ป้ายแสดงคุณสมบัติพิเศษ ที่เอาไว้วางโชว์ ใกล้ๆจอ ให้คนขายสามารถ อธิบาย คุณสมบัติพิเศษได้ง่าย ดูจากป้ายได้เลย
ป้ายราคา ก็ทำเป็น ราคาขายปลีก มาเลย ลดนิดหน่อย จากราคา Price List และให้เป็นสีแดง จะได้โดดเด่น และรู้ว่า ลดราคาอยู่ จะได้ไม่มีใครมาต่อราคา กับร้านค้าอีก
7. ผมสนับสนุน นิตยสาร คอมพิวเตอร์ ที่ผมเขียน บทความ เจาะลึก สเป็คของเครื่อง จุดดี จุดเด่น มีอย่างไร อธิบายพร้อม รูปภาพประกอบ ละเอียดยิบ ไม่มีความรู้เรื่อง คอมพิวเตอร์ มาก่อนก็อ่านเข้าใจได้ โดยให้ร้านค้า รับรู้ว่า เราปูพรม ประชาสัมพันธ์ กระจายการรับรู้เรื่อง เทคโนโลยี ของจอ NEC MultiSync โดยเขียน บทความแบบนี้ลง ใน นิตยสาร คอมพิวเตอร์ ล่วงหน้าไปแล้ว 1 เดือน
ตอนนี้ ประชาชน ทั่วไป กำลังเดินหาซื้ออยู่ ถ้าที่ร้านค้า โชว์ไว้ คนที่สนใจทั่วไป จะเดินเข้ามา ซื้อที่ร้านแน่นอน เพราะในการเขียนบทความ ได้กระตุ้นการขาย กับ ผู้อ่านไว้แล้วว่า จอ MultiSunc ของ NEC นี้ดีอย่างไร และ นอกจากนั้น ทุกฉบับ ของ นิตยสารคอมพิวเตอร์ ที่ขายดีที่สุด 2 ค่ายนี้ จะลงโฆษณา จอ MultiSync Monitor ของเรา หน้าสี ทุกเดือนไปอีก 6 เดือน
8. ทาง กรรมการผู้จัดการ ให้มีการจัดงาน เปิดตัว จอ MultiSync ของ NEC ด้วย ให้ผมขึ้น บรรยาย เรื่อง คุณสมบัติ โดยละเอียดของจอ และ ตามด้วย จุดเด่น ที่จอ MultiSync ของ NEC ทำได้  ซึ่งจอ Monitor ของ ยี่ห้ออื่นๆ ไม่สามารถทำได้ และ มีการนำเสนอ การซื้อจอ NEC ไป DEMO ด้วย สำหรับร้านค้า ที่ยังไม่ได้ตัดสินใจซื้อ และร้านค้าอื่นๆ ที่บริษัทเรา ยังไม่เคยไปติดต่อนำเสนอ
เมื่อนำเสนอขาย เริ่มต้นเป็นชุด DEMO ก็ขายง่ายแล้ว ร้านไหนไม่ค่อยสนใจ หรือ ทำตลาด จอยี่ห้ออื่น อยู่ อย่างไรก็สั่ง ของเรา ทั้ง 2 รุ่น อย่างละตัว ที่ WIN -WIN ทั้ง 2 ฝ่าย ก็คือ เราทำอะไรให้ร้านค้าขายได้ อย่างน้อยเขาก็ต้องซื้อเรา 1 SET ไปลองขาย เมื่อได้เริ่มขาย แล้วขายได้ ก็จะสั่งซื้อครั้งละ มากขึ้น การขยายตลาด จอ NEC Multi Sync จึงติดตลาด ได้อย่างรวดเร็ว ขายได้ถล่มทลายจนสินค้าขาดส่งตลอดเลยครับ และหลังจากนั้นไม่นาน ทางบริษัทก็นำเข้า จอ NEC MultiSync 4D ขนาด 16" และ 5D ขนาด 20" เข้ามา ช่วงนี้แหละ ที่ Monitor ของ NEC MultiSync ได้เป็นเจ้าตลาด จอคอมพิวเตอร์ ในยุคนั้น ถึงแม้ว่า จอ NEC จะราคาสูงกว่า ยี่ห้ออื่นๆ ในท้องตลาด แต่ด้วยการสร้าง กลยุทธ์ต่างๆในการขาย จึงทำให้สินค้าติดตลาดได้ในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี ทั้งหมดนี้ คือ ประวัติ ความเป็นมา การเริ่มต้น ของ สุดยอด กลยุทธ์ โครงการ Brand Corner เพื่อ เพิ่มยอดขาย และ สร้างแบรนด์ ให้ติดตลาด อันดับ 1 ภายใน 1 ปี
การเริ่มต้น ในช่วงที่ 1  ปี 2533 ยังไม่ได้เรียกว่า โครงการ Brand Corner นะครับ เพราะสินค้ายังน้อย มุมของ Brand สินค้า ยังไม่มีอะไรน่าสนใจ เพราะมีสินค้าเพียง 2 รุ่น เท่านั้น มีการอบรม และมีการช่วยอุปกรณ์ส่งเสริมการขาย ถ้าจะเข้าร่วมโครงการ ต้องซื้อสินค้า LOT แรก เป็น DEMO ประมาณ 25,000-50,000 บาท เพื่อจะได้ รับการ โชว์สินค้า สนับสนุนป้ายช่วยขายต่างๆ ให้โดดเด่น โดยบริษัทช่วย วางแนวทางในการ เพิ่มยอดขาย ของร้านค้าให้ 
พัฒนาการใน ช่วงที่ 2  ในปี 2548 ที่ขายสินค้า เป็นอุปกรณ์สวิชไฟฟ้า ของ LG ถ้าไม่ใช่เครื่องใช้ไฟฟ้าของ LG เขาจะใช้ชื่อ ยี่ห้อ LS แทนครับ คราวนี้ เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง มีจัดมุมสินค้า LS ถ้าจะเข้าร่วม ต้องซื้อสินค้า 1 LOT มูลค่าไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท มีเสื้อยืดโปโล แถมให้ 1 ตัว มีการสนับสนุนอุปกรณ์ส่งเสริมการขายต่างๆ มีการให้ ผู้เชี่ยวชาญ ด้านการขยายตลาด เข้ามาช่วยสร้างแผนงาน และวิธีการ กระจายการขายสินค้า LS ในพื้นที่ ช่วยพัฒนา กลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลัก ให้มี ยอดขาย เพิ่มขึ้น มีการขยายตลาดช่องทางใหม่ๆ  มีการช่วยสนับสนุน การขายงานโปรเจค มีการสร้างกิจกรรม โปรโมชั่นต่างๆ โดยทางบริษัท จะเข้ามาช่วยดำเนินการให้ และเริ่มมีการสะสมยอดสั่งซื้อไปเที่ยวต่างประเทศ ความสำเร็จ คือ การสร้างแบรนด์ กระจายการขายร้านค้าเพิ่มขึ้นได้มาก เพื่อให้คนทั่วไปรู้จัก แบรนด์ สินค้านี้เพิ่มขึ้น เข้าไปร้านไหน ก็มีสินค้าแบรนด์ สินค้านี้ขาย ทั้งหมดนี้ ทำให้ ยอดขายเพิ่มขึ้น สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งผมได้รวบรวมรายละเอียด แนวทาง วิธีการปฏิบัติไว้แล้ว ในหัวข้อ 12. กลยุทธ์ และวิธีการเร่ง เพิ่มยอดขาย ของ คุณอนิรุทธ หุตางกูร เพื่อให้ขายสินค้าได้ ทะลุเป้าหมายยอดขายที่ 197.60 ล้านบาท ภายในสิ้นปี  ความสำเร็จ คือ การสร้างแบรนด์ สินค้า ให้ติดตลาดได้ ภายใน 1 ปี ขยายตลาดร้านค้าใหม่เพิ่ม และ เพิ่มยอดขาย ได้สูงกว่าเป้าหมาย ที่ บริษัท กำหนด
IMG_0304IMG_0311
พัฒนาการในช่วงที่ 3   ในปี 2551 ที่ขายสินค้า อุปกรณ์เสริมโทรศัพท์มือถือ ได้สร้าง กลยุทธ์ โครงการ Brand Corner เต็มรูปแบบ ออกมาเป็น เอกสารหลายหน้า มีการช่วยร้านค้า เพิ่มยอดขาย โดยการช่วย ตกแต่งร้านเพื่อสร้างมาตรฐานของการเข้าร่วม โครงการ Brand Corner ให้ ร้านใหญ่ หรือ ร้านเล็ก การตกแต่งจะอยู่ที่การ ซื้อสินค้าลง ครั้งแรก ถ้าซื้อ 50,000 บาท สำหรับร้านค้าเล็ก ตกแต่งไม่มากเท่าไร เป็นพวกป้ายติดผนัง มีชั้นแขวนโชว์สินค้าให้ 2 ชุด และ มีป้ายโฆษณาชั้นโชว์ด้านบน  และ ร้านใหญ่ ซื้อสินค้าลงครั้งแรก 100,000 บาท ตกแต่งแถบคาด ติดผนังในร้าน 3 ด้าน ทำให้เป็นรูปลักษณ์ ของร้านใน โครงการ Brand Corner และมีชั้นแขวนโชว์สินค้าให้ 4 ชุด มีการฝึกอบรม พัฒนาทักษะของพนักงานขายในร้าน ให้เป็น พนักงานขายมืออาชีพ ให้ฟรี! มีการสะสมยอดสั่งซื้อสินค้า ภายใน 6 เดือน ให้ไปท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งผมได้รวบรวม ตัวอย่าง รายละเอียด แนวทาง วิธีการปฏิบัติไว้แล้ว ในบทความ ข้อที่ 1. Branding Strategies and Market Expansion Mobile phone accessories are the Top Brand in the market and sales up more than 50% from Brand Corner Project. 1. กลยุทธ์ การสร้างแบรนด์ และ ขยายตลาด อุปกรณ์เสริมโทรศัพท์มือถือ ให้เป็น แบรนด์อันดับ 1 และ มี ยอดขายเพิ่มขึ้น สูงกว่า 50% จาก โครงการ Brand CornerC_Users_marcon_Desktop_BIFความเป็นสุดยอดของ กลยุทธ์ โครงการ Brand Corner เพราะเป็นหนึ่งใน กลยุทธ์ และ แนวทางที่ทำให้ผม สามารถ สร้างแบรนด์สินค้า ให้เป็นที่ 1 ในตลาดได้ ด้วยระยะเวลาที่รวดเร็ว ไม่เกิน 1 ปี และ ทำให้สามารถ บริหารงานขาย และ เพิ่มยอดขาย ได้ ทะลุเป้าหมายการขาย สูงกว่า ที่บริษัทตั้งไว้ ได้มาโดยตลอด สมมุติว่า อยากจะ เพิ่มยอดขายสินค้า ซัก 100% ถ้าเอา กลยุทธ์ นี้ เข้ามาใช้ด้วย จะมั่นใจได้ว่า ทำสำเร็จได้ สบายมากครับ ดูเหตุผลได้จาก บทความ ข้อที่ 25. วิเคราะห์ การทำ โครงการ Brand Corner ว่าทำไมจึงเป็น สุดยอด กลยุทธ์ ที่ดีที่สุด ในการเพิ่มยอดขาย โดย คุณ อนิรุทธ หุตางกูรกลยุทธ์ (2)จึงเห็นว่า ท่านที่ต้องการ ประสบความสำเร็จ ใน การเพิ่มยอดขาย จึงควรศึกษา สุดยอด กลยุทธ์ นี้ ให้ดี และ เข้าใจอย่างถ่องแท้ ว่าทำไม เมื่อเราใช้ กลยุทธ์ นี้ ในการทำงานขาย ถึงสามารถควบคุมยอดขาย ให้เพิ่มมากขึ้น ขนาดไหนก็ได้ จะปรับเปลี่ยน พัฒนาวิธีการ ตรงไหนได้บ้าง หรือ อยากจะเพิ่มยอดขาย 300% ก็ทำได้ครับ ลองศึกษาดูครับ... อนิรุทธ หุตางกูร.
ภาพใบ ประกาศนียบัติ เข้ารับการอบรม หลักสูตร " Professional Salesmanship " ของ คุณ อนิรุทธ หุตางกูร ที่ บริษัท ดาต้าแมท จำกัด เมื่อ ปี 1990
67BF91D8-1DE0-402B-8F53-D6401AEAF005

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

BRAND CORNER สุดยอด กลยุทธ์ ที่ดีที่สุด ในการ เร่ง เพิ่มยอดขาย และ ขยายตลาด โดย คุณ อนิรุทธ หุตางกูร

ชื่อของ โครงการ BRAND CORNER  เป็นการนำ ชื่อ แบรนด์สินค้า ที่เราต้องการ สร้างแบรนด์ ใส่แทนที่ คำว่า BRAND ในโครงการ เช่น เรามี แบรนด์สินค้า ชื่อ MARCON  ก็ใช้ชื่อโครงการว่า โครงการ MARCON CORNER   เพื่อสื่อ ให้ร้านค้าเห็น มิตรภาพอันดีงาม ที่ บริษัท ผู้แทนจำหน่าย สินค้าแบรนด์ นั้น ตั้ง โครงการดีๆขึ้นมาเพื่อที่จะ ช่วยเหลือ ร้านค้า ใน การเพิ่มยอดขาย และ ขยายตลาดในพื้นที่ รวมทั้ง ช่วยปรับมาตรฐาน บุคคลากร รวมถึง สิ่งต่างๆในร้าน ให้ดูดี มีมาตรฐาน เพิ่มมากขึ้น โดยมี ข้อแลกเปลี่ยนที่ WIN-WIN ทั้ง 2 ฝ่าย คือ ในการตั้ง โครงการขึ้นมาในลักษณะนี้ ต้องมีค่าใช้จ่ายจำนวนมากเกิดขึ้น กับ ทางบริษัท เจ้าของแบรนด์ เพราะบริษัท ไม่ได้เรียกเก็บค่าใช้จ่ายอื่นใด กับเจ้าของร้าน จึงจำเป็นต้อง กำหนดเงื่อนไข ของการเข้าร่วม โครงการ ว่า ทางร้าน ต้องซื้อสินค้าลงหน้าร้าน 1 LOT ในราคาส่งปกติ โดยมี สินค้า BRAND ของบริษัท ครบทุกแบบ ทุกรุ่น ที่บริษัทมีจำหน่าย เพื่อให้ ลูกค้า ที่เดินเข้ามาซื้อสินค้าในร้าน ได้เลือกซื้อสินค้าของบริษัท ทุกชนิด ที่มีจำหน่ายในร้านครบ ตามความต้องการของลูกค้า และ ถือเป็นหนึ่งใน นโย...

กลยุทธ์ BRAND CORNER กับ ร้านในห้างสรรพสินค้า เพื่อ เร่ง เพิ่มยอดขาย โดย คุณ อนิรุทธ หุตางกูร

การเพิ่มยอดขาย ให้ร้าน BRAND CORNER ในห้างสรรพสินค้า ให้เพิ่มยอดขายเฉลี่ย  ในแต่ละสาขาได้ 30%                           คุณ อนิรุทธ  หุตางกูร    …./8/2553             แผนงานการตลาด และการติดตาม  การพัฒนายอดขายสินค้า ร้านในโครงการ BRAND CORNER นี้  จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติ  ให้สามารถพัฒนายอดการขายเฉลี่ยของร้าน BRAND CORNER  ให้เพิ่มขึ้นได้ 30%  ในแต่ละสาขา  แต่ด้วยเหตุที่ บริษัทฯ   ยังมีปัญหาสินค้าค้างสต๊อก หรือ ติดเอจจิ้ง และระบบการหมุนเวียนการขาย ยังไม่ดีพอ จึงทำให้มีสินค้าที่ติดเอจจิ้งเกิน 60 วัน จำนวนมาก  อีกทั้งยังมีสินค้าที่เป็นอุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่ใช้ระบบการซื้อขาด เนื่องจากโทรศัพท์มือถือ   มีการเปลี่ยนรุ่นมาก  การประมาณการซื้ออุปกรณ์เสริม  เพื่อให้รองรับความต้องการของลูกค้า  ทำได้ยาก   ทำให้สินค้าอุปกรณ์เสริม ค้างสต๊อก และตกรุ่นไปเป็...